วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557

โครงงานในพระราชดำริ

โครงงาน คอมพิวเตอร์

ชื่อ โครงงาน คอมพิวเตอร์

โครงการในพระราชดำริ

ชื่อคณะผู้จัดทำโครงงาน

1.นาย ธนะศักดิ์ มากสวาท ม.6/2 เลขที่ 10
2.นาย ชัยวัฒน์ ทองมั่นคง  ม.6/2 เลขที่ 22
3.นาย ตรีทเศศ กิ่งสุวรรณวงศ์ ม.6/2 เลขที่ 23
4.นาย ชนวีร์ ชิณณะวิโรจน์ไพศาล ม.6/2 เลขที่ 29
5.นางสาว อจลญา ชาวราษฎร์ ม.6/2 เลขที่ 36

ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน

ครู เขมจิรา ปลงไสว อาจารย์ประจำวิชาคอมพิวเตอร์ม.6
ครู ศิริรัตน์ ไทยแสนอาจารย์ประจำวิชาสังคมศึกษา,พระพุทธศาสตร์และประวัติศาสตร์ม.6

ระยะเวลาการทำโครงงาน

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556

บทคัดย่อ
การทำโครงงานคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยวิธีการสร้างบล็อกเกอร์และนำข้อมูลที่หามาได้ใส่ลงไปเพื่อทำการทำเสนอขอมูลเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นจึงนำข้อมูลที่หาได้มาทำการ ปรับปรุง และ เรียงให้เป็นหัวข้อลำดับขั้นตอน
โดยทางผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะผู้ที่สนใจในข้อมูลส่วนนี้จะสามารถนำข้อมูลของผู้จัดทำที่รวบรวมไว้มาใช้เป็นประโยชน์

ที่มาและความสำคัญ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาคน มีพระราชดำรัสว่า "ต้องระเบิดจากข้างใน" นั้นหมายความว่า ต้องมุ่งพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้คนและครอบครัวในชุมชน ที่เข้าไปพัฒนาให้มีสภาพพร้อมที่จะรับการพัฒนาเสียก่อน แล้วจึงค่อยออกมาสู่สังคมภายนอก มิใช่การนำเอาความเจริญจากสังคมภายนอกเข้าไปหาชุมชนและหมู่บ้าน ซึ่งหลายชุมชนยังไม่ทันได้มีโอกาสเตรียมตัวหรือตั้งตัว จึงไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่ความล่มสลายได้
ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ทางคณะผู้จัดทำมีความรู้สึกสนใจเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้ทำการ รวบรวม ข้อมูล และ เนื้อหาของ โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดเพื่อนำมาศึกษาและเก็บรวบรวมไว้
วัตถุประสงค์
1.เพื่อสร้างบล็อกเกอร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
2.เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการมาศึกษาเกี่ยวโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
วิธีการดำเนินงาน
1.รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆตามเว็บไซด์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
2.กำหนดหัวข้อและการดำเนินการ
3.สร้างบล็อกเกอร์ของตนขึ้นมา
4.ในเนื้อหาเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใส่ลงไปและทำการจัดเรียง และ ปรับปรุงเนื้อหา
5.ทำการสรุปข้อมูลมที่ได้มา
6.นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผ่านทางบล็อกเกอร์
บทสรุป
1.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวม (Macro) ก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็กๆ (Micro) คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้า
2.ในการทรงงานพระองค์จะทรงเริ่มต้นจากสิ่งที่จำเป็นของประชาชนที่สุดก่อน ได้แก่ สาธารณสุข เมื่อมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้วก็จะสามารถทำประโยชน์ด้านอื่นๆ ต่อไปได้จากนั้นจะเป็นเรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและสิ่งจำเป็นในการประกอบอาชีพ อาทิ ถนน แหล่งน้ำ เพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค ที่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ 

ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รับความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการสร้างบล็อกเกอร์
2.สามารถนำแนวคิดเกี่ยวกับในโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทำการศึกษามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น การใช้ประโยชน์กับ ธรรมชาติ รอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด
บรรณานุกรม

โครงการอนุรักษ์ป่าและพัฒนาแหล่งน้ำกุดเลาะกุดกว้างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการอนุรักษ์ป่าและพัฒนาแหล่งน้ำกุดเลาะกุดกว้างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ที่ตั้ง  บ้านนางัว  ตำบลนางัว  อำเภอนาหว้า  จังหวัดนครพนม
เรื่องเดิม  สำนักราชเลขาธิการได้มีหนังสือที่ รล. 0005.3/8036 ลงวันที่ มิถุนายน 2548 แจ้ง กรมชลประทาน กรณีพระมหาชัยพุทธวโร เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย หมู่ที่ ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ขอพระราชทานพระกรุณาในการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์ป่าและพัฒนาแหล่งน้ำกุดเลาะกุดกว้าง ให้เป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ราษฎรมีอาชีพทำการประมงเป็นอาชีพเสริมจากการทำนา ใช้ในการอุปโภค-บริโภค การเลี้ยงสัตว์ และอนุรักษ์พื้นที่ป่า 907 ไร่ โดยรอบกุดเลาะ เพื่อไม่ให้ราษฎรเข้าไปบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับโครงการอนุรักษ์ป่าและพัฒนาแหล่งน้ำกุดเลาะกุดกว้างไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
วัตถุประสงค์
1.
เป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์ปลาน้ำจืด
2.
ใช้ในการอุปโภค-บริโภค การเลี้ยงสัตว์ เพื่อไม่ให้ราษฎรเข้าไปบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า
สภาพทั่วไป
ที่ราบลุมปนป่า
ระยะเวลาดำเนินงาน
เริ่มก่อสร้าง 24 พฤศจิกายน 2549 แล้วเสร็จ 14 พฤษภาคม 2550ประโยชน์ที่ได้รับ
ได้รับประโยชน์ในช่วงฤดูฝน 907 ไร่ จำนวนครัวเรือน 873 ครัวเรือน ประชากร 4,506 คน
จำนวน หมู่บ้าน
ผลการดำเนินงาน
ขุดลอกเพิ่มความจุหนองกุดเลาะประมาณ 150 ไร่ ลึกเฉลี่ย 3.00 เมตร ความจุ 0.776,019ล้านลบ.ม.ขุกลอกภายในหนองประมาณ 50 ไร่ ปรับปรุงขันดินกว้าง 4.00 X 100.00 X 2.00 เมตร พร้อมท่อระบายน้ำขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.40 X 1.50 X 1.50 จำนวน แห่ง ทำนบดินขนาด กว้าง 6.00 X 400.00 X 6.00 เมตร พร้อมอาคารท่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  1.00 X 1.00 จำนวน แห่ง
ภาพโครงการ









จัดทำโดย
1.นาย ธนะศักดิ์ มากสวาท ม.6/2 เลขที่ 10
2.นาย ชัยวัฒน์ ทองมั่นคง  ม.6/2 เลขที่ 22
3.นาย ตรีทเศศ กิ่งสุวรรณวงศ์ ม.6/2 เลขที่ 23
4.นาย ชนวีร์ ชิณณะวิโรจน์ไพศาล ม.6/2 เลขที่ 29
5.นางสาว อจลญา ชาวราษฎร์ ม.6/2 เลขที่ 36

โครงการอนุรักษ์ป่าและพัฒนาแหล่งน้ำกุดเลาะกุดกว้างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการอนุรักษ์ป่าและพัฒนาแหล่งน้ำกุดเลาะกุดกว้างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ที่ตั้ง  บ้านนางัว  ตำบลนางัว  อำเภอนาหว้า  จังหวัดนครพนม
เรื่องเดิม  สำนักราชเลขาธิการได้มีหนังสือที่ รล. 0005.3/8036 ลงวันที่ มิถุนายน 2548 แจ้ง กรมชลประทาน กรณีพระมหาชัยพุทธวโร เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย หมู่ที่ ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ขอพระราชทานพระกรุณาในการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์ป่าและพัฒนาแหล่งน้ำกุดเลาะกุดกว้าง ให้เป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ราษฎรมีอาชีพทำการประมงเป็นอาชีพเสริมจากการทำนา ใช้ในการอุปโภค-บริโภค การเลี้ยงสัตว์ และอนุรักษ์พื้นที่ป่า 907 ไร่ โดยรอบกุดเลาะ เพื่อไม่ให้ราษฎรเข้าไปบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับโครงการอนุรักษ์ป่าและพัฒนาแหล่งน้ำกุดเลาะกุดกว้างไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
วัตถุประสงค์
1.
เป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์ปลาน้ำจืด
2.
ใช้ในการอุปโภค-บริโภค การเลี้ยงสัตว์ เพื่อไม่ให้ราษฎรเข้าไปบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า
สภาพทั่วไป
ที่ราบลุมปนป่า
ระยะเวลาดำเนินงาน
เริ่มก่อสร้าง 24 พฤศจิกายน 2549 แล้วเสร็จ 14 พฤษภาคม 2550ประโยชน์ที่ได้รับ
ได้รับประโยชน์ในช่วงฤดูฝน 907 ไร่ จำนวนครัวเรือน 873 ครัวเรือน ประชากร 4,506 คน
จำนวน หมู่บ้าน
ผลการดำเนินงาน
ขุดลอกเพิ่มความจุหนองกุดเลาะประมาณ 150 ไร่ ลึกเฉลี่ย 3.00 เมตร ความจุ 0.776,019ล้านลบ.ม.ขุกลอกภายในหนองประมาณ 50 ไร่ ปรับปรุงขันดินกว้าง 4.00 X 100.00 X 2.00 เมตร พร้อมท่อระบายน้ำขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.40 X 1.50 X 1.50 จำนวน แห่ง ทำนบดินขนาด กว้าง 6.00 X 400.00 X 6.00 เมตร พร้อมอาคารท่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  1.00 X 1.00 จำนวน แห่ง
ภาพโครงการ









จัดทำโดย
1.นาย ธนะศักดิ์ มากสวาท ม.6/2 เลขที่ 10
2.นาย ชัยวัฒน์ ทองมั่นคง  ม.6/2 เลขที่ 22
3.นาย ตรีทเศศ กิ่งสุวรรณวงศ์ ม.6/2 เลขที่ 23
4.นาย ชนวีร์ ชิณณะวิโรจน์ไพศาล ม.6/2 เลขที่ 29
5.นางสาว อจลญา ชาวราษฎร์ ม.6/2 เลขที่ 36

โครงการฝายห้วยโคนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


โครงการฝายห้วยโคนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ





ที่ตั้ง บ้านนาโอ  ตำบลนาเดื่อ  อำเภอศรีสงคราม  จังหวัดนครพนม
เรื่องเดิม เมื่อวันที่  29  ธ.ค.  2547  สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎร บ้านนาโอ  ตำบลนาเดื่อ  อำเภอศรีสงคราม  จังหวัดนครพนม    ที่นั่นนายเทอดศักดิ์  บุณยขจร  วญช.ผค.นายละเอียด สายน้ำเขียว  รธบ.,นายดนุชา   สิทธวานนท์  ผู้อำนวยการกลุ่มประสานโครงการ  2  สำนักงาน  กปร.,นายประสงค์  เสี่ยงโชคอยู่ ผส.ชป.7,นายทวี   เต็มญารศิลป์  ผอ.กพศ.  และคณะ  เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ  โอกาสนี้  นายสหัส  บุญญาวิวัฒน์  ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวังฝ่ายกิจกรรมพิเศษได้  กราบบังคมทูลรายงานถึงปัญหา เรื่องการขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกในฤดูแล้ง ในการนี้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ทรงได้พระราชทานพระราชดำริในเรื่องดังกล่าวว่า  ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวังฝ่ายกิจกรรมพิเศษ  วิศวกรใหญ่ฯ กรมชลประทาน  และผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานโครงการ  2  สำนักงาน กปร.  ให้กรมชลประทานพิจารณาจัดหาแหล่งน้ำช่วยเหลือราษฎรบ้านนาโอ  โดยก่อสร้างฝายห้วยโคน ขุดขยายหนองห้วยคำไฮ       และระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยคำไฮ   เพื่อเก็บกักและส่งน้ำให้กับพื้นที่เพาะปลูกของราษฎรบ้านนาโอ   และบ้านนาเดื่อ   อำเภอศรีสงคราม ตามที่วิศวกรใหญ่ฯ  กรมชลประทานกราบบังคมทูล
วัตถุประสงค์

1.เพื่อช่วยเหลือราษฎรมีแหล่งน้ำทำการเกษตรและอุปโภค-บริโภค 

 2.เพิ่มพื้นที่ชลประทานประมาณ 500 ไร่ ส่งเสริมการเพาะปลูก  เลี้ยงสัตว์  ประมง
สภาพทั่วไปเป็นที่ราบทุ่งนา  และที่ป่าโปร่ง


ระยะเวลาดำเนินงาน

เริ่มปฏิบัติงานวันที่  1  ธันวาคม  2549  แล้วเสร็จเมื่อวันที่  31  กรกฎาคม  2550

ประโยชน์ที่ได้รับ  

มีแหล่งน้ำในการเกษตรและอุปโภค-บริโภค เพาะปลูก ประมาณ 500 ไร่ จำนวน 205 ครัวเรือน ราษฎร 800 คน

ผลการดำเนินงาน

ก่อสร้างฝายคอนกรีต ขนาดสันฝายสูง 3.50 เมตร กว้าง 30.00 เมตร ยาว 56.00 เมตร พร้อมอาคารประกอบสะพาน คสล.ข้ามฝาย กว้าง 2.00 เมตร สูง 3.50 เมตร ยาว 46.00 เมตร จำนวน แห่ง ประตูระบายทราย ขนาด ขนาด 1.00*1.00 เมตร จำนวน แห่ง,งานหินทิ้งป้องกันตลิ่ง และ ทรบ.ปากคลองส่งน้ำฝั่งซ้ายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.60 เมตร จะนวน แห่ง
ภาพโครงการ






จัดทำโดย
1.นาย ธนะศักดิ์ มากสวาท ม.6/2 เลขที่ 10

2.นาย ชัยวัฒน์ ทองมั่นคง  ม.6/2 เลขที่ 22

3.นาย ตรีทเศศ กิ่งสุวรรณวงศ์ ม.6/2 เลขที่ 23

4.นาย ชนวีร์ ชิณณะวิโรจน์ไพศาล ม.6/2 เลขที่ 29

5.นางสาว อจลญา ชาวราษฎร์ ม.6/2 เลขที่ 36


ที่มา  http://www.rid.go.th/royalproject/index.php?option=com_content&view=article&catid=30:2009-05-04-06-46-21&id=116:2009-05-20-08-28-18&Itemid=5

วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557

อาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ


                   





การออกแบบกราฟิก (Graphic Design)



การออกแบบกราฟิก (Graphic Design)
       งานกราฟิกเป็นส่วนสำคัญที่มีบทบาทยิ่งต่อการออกแบบและกระบวนการผลิตสื่อ โดยเฉพาะสื่อที่ต้องการการสัมผัสรับรู้ด้วยตา (Visual Communication Design) ได้แก่ หนังสือ นิตยสารวารสาร แผ่นป้ายโฆษณา บรรจุภัณฑ์ แผ่นพับ แผ่นปลิว โทรทัศน์ ภาพยนตร์ เว็บไซต์ ฯลฯ นักออกแบบจะใช้วิธีการทางศิลปะและ หลักการทางการออกแบบร่วมกันสร้างสรรค์รูปแบบสื่อเพื่อให้เกิดศักยภาพ สูงสุดในการที่จะเป็นตัวกลางของกระบวนการสื่อความหมายระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร นักออกแบบกราฟิกจะต้องค้นหา รวบรวมข้อมูลต่างๆ ขบคิดแนวทางและวาง รูปแบบที่ดีที่สุดในอันที่จะทำให้สื่อนั้นสามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย (Target Group) ให้เกิดการรับรู้ยอมรับ และมีทัศนคติที่ดีต่อการตอบสนองสื่อที่มองเห็น (Visual Message)
            วิธีการออกแบบ และวิธีแก้ปัญหาการออกแบบโดยการนำเอารูปภาพประกอบ (Illustration) ภาพถ่าย (Photography) สัญลักษณ์ (Symbol) รูปแบบและขนาดของตัวอักษร (Typography) มาจัดวางเพื่อให้เกิดการนำเสนอข้อมูลอย่างชัดเจน เกิดผลดีต่อกระบวนการ สื่อความหมาย และแสดงคุณค่าทางการออกแบบอย่างตรงไปตรงมา งานออกแบบกราฟิก จึงมีลักษณะเฉพาะซึ่งมีวิธีการและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างไปจากงานวิจิตรศิลป์ (Fine Arts) แต่ในบางกรณีผู้ออกแบบก็อาจจะสอดแทรกงานศิลปะแท้ๆ (Pure Arts) เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบกราฟิกเพื่อใช้สำหรับกระบวนการสื่อสาร การเรียนรู้ การตลาด การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งอาจรวมกันเรียกว่า เป็นงานประยุกต์ศิลป์ (Apply Arts) ถ้าเป็นงานที่มีลักษณะเน้นหนักไปทางด้านธุรกิจ การพาณิชย์ ก็จะเรียกว่าเป็นงานออกแบบพาณิชย์ศิลป์ (Commercial Arts) และถ้าเป็น การเน้นวัตถุประสงค์ในแง่ของการสร่างสรรค์สื่อเพื่อการสื่อความหมายก็จะ รวมเรียกว่าเป็นงานออกแบบทัศนสื่อสาร (Visual Communication Design)

ความหมายของการออกแบบกราฟิก (Definition of Graphic Design)         ได้มีผู้ให้ความหมายของคำว่า “กราฟิก” ไว้อยู่หลายความหมายด้วยกัน ในสมัยโบราณหมายความถึง ภาพลายเส้นหรือภาพที่เกิดจากการวัด จากการขีดเขียนที่แสดงด้วยตารางหรือแผนภาพ การวาดเขียนการระบายสี การสร้างงานศิลปะบนพื้นระนาบ หรืออาจกล่าวอีกนักหนึ่งว่างานกราฟิกหมายถึงกระบวนการออกแบบต่างๆ ในสิ่งที่เป็นวัสดุ 2 มิติ คือมีความกว้างและความยาวเท่านั้น เช่น งานออกแบบบ้านของสถาปนิกในการเขียนแบบ ตัวภาพและรายละเอียดบนแปลนบ้านเรียกว่าเป็นงานกราฟิกการเขียนภาพเหมือนจริงของจิตรกร การออกแบบภาพโฆษณาของนักออกแบบ การออกแบบฉลาก หรือลวดลายหรือภาพประกอบ หรือตัวอักษรที่ปรากฏบนฉลากสินค้า บนตัวสินค้าหรือบนภาชนะบรรจุสินค้า ฯลฯ เหล่านี้จัดว่าเป็นงานกราฟิกทั้งสิ้น
         คำว่าการออกแบบ (Design) ก็มีความหมายเป็นหลายนัยเช่นกัน จากรายศัพท์ลาตินคำว่า Design ซึ่งมาจาก Designare หมายถึงกำหนดออกมา กะหรือขีดหมายไว้ เป้าหมายที่จะแสดงออกซึ่งหมายถึงสิ่งที่อยู่ในอำนาจความคิด (Conscious) อันอาจเป็นโครงการ รูปแบบหรือแผนผังที่ศิลปินกำหนดขึ้นด้วยการจัดท่าทางถ้อยคำ เส้น สี รูปแบบ โครงสร้างและวัสดุต่างๆ โดยใช้หลักเกณฑ์ทางความงามหรือสุนทรียภาพ (Aesthetic Principle) ประดิษฐ์คิดสร้างสรรค์ขึ้นจากสิ่งที่ง่ายที่สุด ไปจนสิ่งที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนเต็มที่

บรรทัดฐานในการออกแบบ
......1. การตอบสนองประโยชน์ใช้สอย (Function) เป็นข้อสำคัญมากในการออกแบบทั้งหมด ในงานออกแบบ กราฟิกนั้น ประโยชน์ใช้สอยมีอิทธิพลกับงานที่เราออกแบบ เช่น งานออกแบบหนังสือ ต้องอ่านง่าย ตัวหนังสือชัดเจนไม่วาง เกะกะ กันไปซะหมด หรืองานออกแบบเว็บไซต์ถึงจะสวยอย่างไร แต่ถ้าโหลดช้าทำให้ผู้ใช้งานต้องรอนาน ก็ไม่นับว่าเป็นงาน ออกแบบเว็บไซต์ที่ดี หรืองานออกแบบซีดีรอม ถ้าปุ่มที่มีไว้สำหรับกดไปยังส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหานั้นวางเรียงอย่าง กระจัดกระจาย ทุกครั้งที่ผ้าใช้งานจะใช้ก็ต้องกวาดตามองหาอยู่ตลอด อย่างนี้ก็เรียกว่าเป็นการออกแบบที่ไม่สนอง ต่อประโยชน์ใช้สอย เป็นงานออกแบบไม่ดี ดังนั้นนักออกแบบจึงต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ในการออกแบบเสมอ 

......2. ความสวยงามพึงพอใจ (Aesthetic) ในงานที่มีประโยชน์ใช้สอยดีพอ ๆ กัน ความงามจะเป็นเกณฑ์ตัดสิน คุณค่าของงาน โดยเฉพาะงานออกแบบกราฟิก ซึ่งถือเป็นงานอกแบบที่มีประโยชน์ใช้สอยน้อยกว่างานออกแบบด้านอื่น อย่าง งานออกแบบผลิตภัณฑ์ งานออกแบบสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ฯลฯ ความสวยงามจึงเป็นเรื่องสำคัญและมีอิทธิพลในงาน ออกแบบกราฟิกอย่างมาก 

......3. การสื่อความหมาย (Meaning ) เนื่องจากงานศิลปะนั้นจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อมันสื่อความหมายออกมาได้ งาน กราฟิกก็คืองานศิลปะเช่นกัน การสื่อความหมายจึงเป็นสิ่งที่นักออกแบบขาดเสียไม่ได้ในการออกแบบ ต่อให้งานที่ได้สวยงาม อย่างไรแต่ไม่สามารถตอบโจทย์ของงานออกแบบ หรือสื่อสิ่งที่ผู้ออกแบบคิดเอาไว้ได้ งานกราฟิกนั้นก็จะมีคุณค่าลดน้อย ลงไป

มองอย่างไรให้เป็น : Be Graphic Eyes 
           เรื่องของการมองภาพนั้นเป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในสามัญสำนึก อยู่ในความรู้สึกหรือที่หลายคนมักเรียกกันว่าเซ็นส์ (Sense) ของเราอยู่แล้ว มนุษย์ทุกคนมีความสามารถในการรับรู้เรื่องความสวยงาม ถึงแม้จะไม่เหมือนกันทุกคน แต่ส่วนใหญ่ก็มีแนวโน้มที่เหมือนกันคล้ายกันกับพื้นฐานในศิลปะที่ติดตัวทุกคนมาตั้งแต่เกิดเพียงแต่ว่าใครจะมีมากหรือน้อย ใครจะได้รับการฝึกฝนมากกว่ากันหรือใครจะดึงออกมาใช้งานได้มากกว่ากัน
          เราในฐานะผู้ออกแบบต้องก้าวข้ามพื้นฐานสามัญของมนุษย์นี้ออกมาเพราะการมองภาพสวยไม่สวยเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ และไม่สามารถทำให้เราออกแบบงานกราฟิกที่ดีได้ การมองภาพที่สามารถสร้างให้เราเป็นนักออกแบบกราฟิกได้นั้น จะต้องเป็นการมองเข้าไปในแก่นของภาพ ซึ่งมีเรื่องหลักอยู่2 เรื่องด้วยกัน คือ

 1. มองเข้าไปในความหมายของภาพ (Meaning) ที่นัก ออกแบบต้องการสื่อ

 2. มองลึกเข้าไปในรายละเอียดขององค์ประกอบต่าง ๆ (Element) ที่อยู่ภายในภาพ

           รวมทั้งมีความเข้าใจและคิดวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ข้างต้น ให้เป็นแบบอย่างที่เก็บอยู่ในคลังสมองของเรา เพื่อนำกลับมาใช้ในการออกแบบในภายหลัง
 

ภาษาภาพ : Visual Language 
          มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคมที่มีความต้องการใช้ชีวิตอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนเป็นกลุ่มสังคม ดังนั้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะหลีกหนีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันมนุษย์จึงมีการใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารสร้างความเข้าใจระหว่างกันและกัน
          ตัวภาษามีจุดสำคัญอยู่ที่การสื่อความหมายให้มีความเข้าใจตรงกัน เช่น เรามีภาษาพูดที่ใช้สื่อสารระหว่างกัน และเป็นภาษาที่เราเลือกใช้ได้ง่ายที่สุดแค่เปล่งเสียงออกมาเท่านั้น แต่ลองนึกภาพ ถ้าสมมติว่าเช้าวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมากลางกรุงเม็กซิโกเราจะพูดกับใคร พูดกันอย่างไร ...........
          ภาษาพูดจึงมีข้อจำกัด โดยเฉพาะข้อจำกัดในกลุ่มคนที่ใช้ภาษาพูดคนละภาษา (หลายคนอาจจะพูดว่าภาษาอังกฤษก็น่าจะเป็นสื่อกลางได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ส่ายหน้าปฎิเสธ) ภาษาพูดไม่สามารถทำให้คนสามารถเข้าใจได้ตรงกันทั่วโลก มนุษย์จึงใช้วิธีการสื่อสารระหว่างกันทางอื่นนั่นก็คือภาษาภาพ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่า


 
การรับรู้ภาพ : Perception Image
 
           การรับรู้ภาพเกิดจากการมองเห็นด้วยตาเป็นด่านแรก ผ่านการประมวลผลจากสมองและจิตใจ เป็นการรับรู้และทำความเข้าใจ มีความหมายของใครของมัน และการรับรู้ของแต่ละคนขึ้นอยู่กับการฝึกฝน การมองงานมาก ๆ การพยายามสร้างความ เข้าใจภาพเปรียบเหมือนเรายิ่งฝึกพูด ฝึกฟัง ภาษาอังกฤษบ่อย ๆ ก็จะทำให้เก่งภาษาอังกฤษได้นั่นเองเราแบ่งภาพที่รับรู้ได้ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ
     ภาพที่เราเห็น (Visual Image) ภาพที่เราเห็นคือ ภาพที่ผ่านสายตากระทบโสตประสาทของเรา 
     ภาพที่เรานึกคิด (Conceptual Image)ภาพที่เรานึกคิดคือ ภาพที่ผ่านการมองเห็น ผ่านขบวนการประมวลผลจากสมองแล้วเลยนึกสร้างเป็นภาพอื่นตาม


ผู้การออกแบบระบบเครือข่าย Network Design




การวิเคราะห์ความต้องการของระบบเครือข่าย


         1. การศึกษาระบบเครือข่ายเดิม คือ ในการออกแบบระบบเครือข่ายนั้น ผู้ออกแบบจำเป็นต้องรู้ถึงข้อมูลต่างๆ ขององค์กร อาทิเช่น ลักษณะโปรแกรมที่ใช้งานอยู่ ลักษณะการทำงาน เป็นต้น

        
 2. การวิเคราะห์ความต้องการจากผู้ใช้งาน เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานหรือ ความต้องการส่วนบุคคล

        3. การวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรจากผู้บริหาร เพื่อเก็บข้อมูลว่าองค์กรมีความต้องการใช้งานระบบเครือข่ายอย่างไร

        4. การวิเคราะห์ความต้องการด้านเทคโนโลยี เพื่อเก็บข้อมูลความต้องการใช้งานในเทคโนโลยีอย่างไร มีความทันสมัยมากน้อยเพียงใด

ศึกษาความเป็นไปได้ของการออกแบบระบบ

หลัง จากเก็บข้อมูลความต้องการของระบบเครือข่ายได้แล้วนั้น ก็จำเป็นต้อง ศึกษาถึงความเป็นไปได้สำหรับการออกแบบระบบเครือข่ายตามความต้องการที่ได้รับ เนื่องด้วยความต้องการที่ได้เก็บรวบรวมมาอาจทำได้ไม่ครบหรือทำได้ไม่ครบถ้วน สมบรูณ์


เลือกประเภทของเครือข่าย

LAN (Local Area Network ระบบเครือข่ายระดับท้องถิ่น)


 เป็นระบบเครือ ข่ายที่ใช้งานอยู่ในบริเวณที่ไม่กว้างนักอาจใช้อยู่ภายในอาคารเดียวกันหรือ อาคารที่อยู่ใกล้กันเช่น ภายในมหาวิทยาลัยอาคารสำนักงานคลังสินค้าหรือโรงงานเป็นต้นการส่งข้อมูล สามารถทำได้ด้วยความเร็วสูง และมีข้อผิดพลาดน้อย

MAN (Metropolitan Area Network) : ระบบเครือข่ายระดับเมือง





 เป็น ระบบเครือข่ายที่มีขนาดอยู่ระหว่าง Lan และ Wan เป็นระบบเครือข่ายที่ใช้ภายในเมืองหรือจังหวัดเท่านั้น การเชื่อมโยงจะต้องอาศัยระบบบริการเครือข่ายสาธารณะ จึงเป็นเครือข่ายที่ใช้กับองค์การที่มีสาขาห่างไกลและต้องการเชื่อมสาขา เหล่านั้นเข้าด้วยกัน เช่น ธนาคาร  

WAN (Wide Area Network) : ระบบเครือข่ายระดับประเทศ หรือเครือข่ายบริเวณกว้าง


 เป็น ระบบเครือข่ายที่ติดตั้งใช้งานอยู่ในบริเวณกว้าง เช่น ระบบเครือข่ายที่ติดตั้งใช้งานทั่วโลก เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่อยู่ห่างไกลกันเข้าด้วย กัน อาจจะต้องเป็นการติดต่อสื่อสารกันในระดับประเทศ ข้ามทวีปหรือทั่วโลกก็ได้
แบ่งตามลักษณะ การไหลของข้อมูล มีดังนี้
โครงข่ายแบบรวมอำนาจ (Centralized Networks)


 โครงข่ายแบบรวมอำนาจนี้ประกอบด้วยรูปแบบย่อย 3 รูปแบบด้วยกัน คือ
                - โครงข่ายแบบล้อ (Wheel Network) เป็นรูปแบบที่รวมอำนาจมากที่สุด ข่าวสารทุกอย่างจะต้องไหลผ่านบุคคลที่เป็นศูนย์กลางของล้อ
                - โครงข่ายแบบลูกโซ่ (Chain Network) เป็นรูปแบบที่สมาชิกบางคนสามารถติดต่อสื่อสารกับสมาชิกคนอื่น ๆได้มากกว่า 1 คน อย่างไรก็ตามบุคคลที่เป็นศูนย์กลางของลูกโซ่ยังคงเป็นผู้ควบคุมข่าวสารทั้ง หมด
                - โครงข่ายแบบ Y (Y Network) เป็นรูปแบบผสมระหว่างแบบล้อกับแบบลูกโซ่

โครงข่ายแบบกระจายอำนาจ (Decentralized Network)


 - โครงข่ายแบบวงกลม (Circle Network) เป็นรูปแบบที่อนุญาตให้สมาชิกแต่ละคนสามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นที่ อยู่ติดกันได้ทั้ง 2 ข้าง
                - โครงข่ายแบบดาว (Star Network) เป็นรูปแบบที่มีการกระจายอำนาจมากที่สุด รูปแบบนี้จะเปิดโอกาสให้สมาชิกแต่ละคนที่จะติดต่อสื่อสารกับสมาชิกคนใดก็ได้ โดยไม่จำกัดเสรีภาพ

แบ่งตามลักษณะหน้าที่การทำงานของคอมพิวเตอร์ มีดังนี้

ระบบเครือข่าย Peer-to-Peer



 งานบนระบบเครือ ข่าย Peer-to-Peer จะมีความเท่าเทียมกันสามารถที่จะแบ่งปันทรัพยากรให้แก่กันและกันได้ เช่นการใช้เครื่องพิมพ์หรือแฟ้มข้อมูลร่วมกันในเครือข่าย ในขณะเดียวกันเครื่องแต่ละสถานีงานก็จะมีขีดความสามารถในการทำงานได้ด้วยตัว เอง (Stand Alone)

ข้อดีและข้อด้อยของระบบเครือข่าย Peer-to-Peer

----  ข้อดีของระบบนี้คือ ความง่ายในการจัดตั้งระบบ มีราคาถูก และสะดวกต่อการบริหารจัดการ ดังนั้นระบบนี้จึงเหมาะสมสำหรับสำนักงานขนาดเล็ก ที่มีสถานีงานประมาณ 5-10 เครื่องที่วางอยู่ในพื้นที่เดียวกัน


 ----ข้อด้อยของระบบนี้คือ เรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจากไม่มีระบบการป้องกันในรูปแบบของ บัญชีผู้ใช้ และรหัสผ่าน ในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ของระบบ

ระบบเครือข่ายแบบ Client/Server


             รูปแสดงตัวอย่างโครงสร้างระบบเครือข่ายแบบ Client/Server


       เป็น ระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง และมีการใช้งานกันอย่างกว้างขวางมากกว่าระบบเครือข่ายแบบอื่นที่มีใน ปัจจุบัน ระบบ Client/Server สามารถสนับสนุนให้มีเครื่องลูกข่ายได้เป็นจำนวนมาก และสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้หลายแพลตฟอร์ม ระบบนี้จะทำงานโดยมีเครื่อง Server ที่ให้บริการ เป็นศูนย์กลางอย่างน้อย 1 เครื่อง

เลือกเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบเครือข่าย

เทคโนโลยีระบบเครือข่าย LAN

LAN (Local Area Network) คือเครือข่ายข้อมูลความเร็วสูงและทนทานต่อการเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการรับ ส่งข้อมูล เครือข่าย LAN นั้นจะครอบคลุมพื้นที่ขนาดเล็ก โดยปกติจะเป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์อื่นๆที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก


 อีเทอร์เน็ต (Ethernet)

อีเทอร์ เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่พัฒนามาจากโครงสร้างการเชื่อมต่อแบบสาย สัญญาณร่วมที่เรียกว่า บัส (Bus) โดยใช้สายสัญญาณแบบแกนร่วม คือ สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) เป็นตัวเชื่อม สำหรับระบบบัส เป็นระบบเทคโนโลยีที่คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเชื่อมโยงเข้ากับสายสัญญาณ เส้นเดียวกัน คือ เมื่อมีผู้ต้องการส่งข้อมูล ก็ส่งข้อมูลได้เลย แต่เนื่องจากไม่มีวิธีการค้นหาเส้นทางที่ส่งว่างหรือเปล่า จึงไม่ทราบว่ามีอุปกรณ์ใดหรือคอมพิวเตอร์ เครื่องใดที่ส่งข้อมูลมาในช่วงเวลาเดียวกัน จะทำให้เกิดการชนกันขึ้นและเกิดการสูญหายของข้อมูล จึงมีการพัฒนาระบบการรับส่งข้อมูลผ่านอุปกรณ์กลางที่เรียกว่า ฮับ (Hub)

        วิธี การเชื่อมแบบนี้จะมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ฮับ ใช้สายสัญญาณไปยังอุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์อื่น ๆ จุดเด่นของดาวตัวนี้ จะอยู่ที่ เมื่อมีการส่งข้อมูล จะมีการตรวจสอบความผิดพลาดว่า อุปกรณ์ใดจะส่งข้อมูลมาบ้างและจะมีการสับสวิตซ์ให้ส่ง ได้หรือไม่ แต่เมื่อมีฮับเป็นตัวแบกภาระทั้งหมด ก็มีจุดอ่อนได้คือ ถ้าฮับเกิดเป็นอะไรขึ้นมา อุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ หรือคอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้อีก
        ภายในฮับมีลักษณะเป็นบัสที่เชื่อมสายทุกเส้นเข้าด้วยกัน ดังนั้นการใช้ฮับและบัสจะมีระบบการส่งข้อมูลแบบ เดียวกัน และความเร็วในการส่งกำหนดไว้ที่ 10 ล้านบิตต่อ วินาที และกำลังมีมาตรฐานใหม่ให้สามารถรับส่งสัญญาณได้ถึง 100 ล้านบิตต่อวินาที

โทเก็นริง (Token Ring)

โทเก็นริง เป็นเครือข่ายที่บริษัท ไอบีเอ็ม พัฒนาขึ้น รูปแบบการเชื่อมโยงจะเป็น วงแหวน โดยด้านหนึ่งเป็นตัวรับสัญญาณและอีกด้านหนึ่งเป็นตัวส่งสัญญาณ การเชื่อมต่อแบบนี้ทำให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องสามารถส่งข้อมูลถึงกันได้ โดยผ่านเส้นทางวงแหวนนี้ การติดต่อสื่อสารแบบนี้จะมีการจัดลำดับให้ผลัดกันส่งเพื่อว่าจะได้ไม่เกิด การสูญหายของข้อมูล

ระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless LAN : WLAN)

การ ส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายแบบไร้สาย นั้นมีอยู่ 2 เทคโนโลยี คือ แบบใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Radio frequency) และแบบใช้สัญญาณอินฟราเรด (Infrared) ซึ่งแบบใช้คลื่นความวิทยุยังแบ่งการส่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Narrowband และ Spread-Spectrum ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

            แบบคลื่นความถี่วิทยุ (Radio frequency) ใช้ลักษณะการแปลงข้อมูลไปเป็นคลื่นทำให้สามารถส่งไปได้ระยะทางที่ไกล สามารถผ่านสิ่งกีดขวางได้ดี ร่วมทั้งเป็นการส่งแบบทุกทิศทาง

การรับส่งโดยใช้คลื่นวิทยุนั้นมี 2 ประเภท

        1.แบบ คลื่นความถี่แคบ (narrowband) จะรับส่งข้อมูลโดยแปลงเป็นบางช่วงสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เรียกว่า ISM ( Industrial / Scientific / Medical ) ที่มีความถี่แบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 902-928 MHz, 2.14 - 2.484 MHz และ 5.725 - 5.850 MHz โดยการใช้งานต้องมีการขออนุญาตก่อนจาก FCC (Federal Communication Committee)

        2. คลื่นความถี่วิทยุแบบ Spread-Spectrum เป็นการวิธีการเปลี่ยนแปลงสัญญาณข้อมูลเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ความถี่วิทยุ มากกว่าความต้องการเพื่อป้องกันคลื่นรบกวนและการดักฟัง ที่มีความถี่แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ 902 - 928 MHz และ 2.4 - 2.484 MHz ซึ่งไม่ต้องได้รับอนุญาตจาก FCC

แบบสัญญาณอินฟราเรด (Infrared)


โดย อินฟราเรดเป็นส่วนหนึ่งของสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้าที่อยู่เหนือคลื่นวิทยุ และต่ำกว่าแสงที่มองเห็น โดยแสงอินฟราเรดสามารถใช้ส่งข้อมูลได้ถึงแม้ว่าการส่งจะถูกจำกัดให้เป็นแนว เส้นตรง และที่จะต่อเครื่องพีซีเข้ากับเครื่องพิมพ์หรือคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นเพื่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลได้โดยไร้สาย                                
รูปแสดงการส่งสัญญาณเครือข่ายไร้สาย

  รูปแสดงการส่งสัญญาณเครือข่ายไร้สาย




เลือกระบบปฏิบัติการที่ใช้ในระบบเครือข่าย

ระบบปฏิบัติการเครือข่ายในปัจจุบัน 

ระบบ ปฏิบัติการเครือข่ายในปัจจุบันมีอยู่หลายตัวให้เลือกใช้ ทั้งที่สามารถใช้งานได้ ฟรี และต้องเสียค่าใช้จ่าย จำเป็นที่ผู้ออกแบบต้องพิจารณาเลือกให้มีความเหมาะสมมากที่สุดกับ ระบบเครือข่ายที่ออกแบบไว้
Picture
                   -  Window NT, Windows 2000 Server เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดยบริษัท ไมโครซอฟต์ จำกัด ประมาณปลายปี 1995 สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เริ่มต้นไมโครซอฟต์ต้องการพัฒนาเป็นแอปปลิเคชั่น เซอร์ฟเวอร์ แต่ปัจจุบันสามารถประยุกต์ได้เป็น
ดาต้าเบสเซอรฟ์เวอร์ และอินเทอร์เน็ตเซอร์ฟเวอร์

               - Linux เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับระบบเครือข่าย ที่อยู่ในกลุ่มของ FreeWare ที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพสูง Linux พัฒนาขึ้นโดยนาย ไลนัส ทอร์วัลด์ (Linus Torvalds) ขณะที่ยังเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเฮซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เขาได้ส่งซอร์สโค้ด(Source Code) ให้นักพัฒนาทั่วโลกร่วมกันพัฒนา โดยข้อดีของ Linux สามารถทำงานได้พร้อมกัน (Multitasking) และใช้งานได้พร้อมกันหลายคน(MultiUser) ทำให้เป็นที่นิยมแพร่หลาย บางคนกล่าวว่า "Linux ก็คือน้องของ Unix" แต่จริงๆ แล้วลีนุกซ์มีข้อดีกว่ายูนิกซ์(Unix) คือสามารถทำงาน ได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ที่ใช้งานอยู่ทั่วๆไป

                - NetBUEI พัฒนาโดย IBM ในปี ค . ศ .1985 เป็นโปรโตคอลที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดทำงานได้รวดเร็ว เหมาะสมกับระบบเครือข่ายที่มีขนาดเล็ก ไม่เหมาะกับเครือข่ายขนาดใหญ่เนื่องจากไม่สามารถค้นหาเส้นทางได้

                - OS/2 Warp เป็นระบบปฏิบัติการเครือข่าย ที่บริษัทไอบีเอ็ม พัฒนาขึ้น เพื่อนำเสนอสำหรับการค้าขายในยุคดิจิตอลซึ่งไม่ค่อยประสบความสำเร็จ นักต่อมาจึงเพิ่มในส่วนของ e-Business คือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีการออกแบบเวอร์ชันใหม่ ๆ เช่น OS/2 Server เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

การออกแบบระบบ

เมื่อ ผู้ออกแบบระบบเครือข่ายมีข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์แล้วนั้นก็สามารถลงมือทำ การออกแบบระบบเครือข่ายได้ โดยในการออกแบบเครือข่ายนั้นอาจทำโดยใช้โปรแกรม คอมพิวเตอร์ช่วยในการวาดและออกแบบได้ เช่น Microsoft Visio
      รูปแสดงตัวอย่างการออกแบบระบบเครือข่าย



การติดตั้งและพัฒนาระบบ

ใน ขั้นตอนนี้ผู้ออกแบบระบบเครือข่ายอาจมอบหมายให้ช่างผู้ชำนาญการ ทำการ ติดตั้งได้หรือมอบหมายให้บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเขามาดำเนินการ โดยจะต้องเขาควบคุม ตรวจสอบให้การติดตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและใช้งานได้อย่างดีตามที่ได้ ออกแบบไว้

อ้างอิง http://www.l3nr.org/posts/92622